การผ่าตัดเสริมทรวงอก

การเสริมทรวงอกที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ในปัจจุบันก็คือการเสริมถุงซิลิโคนเข้าไปเพื่อให้หน้าอกใหญ่ขึ้น เพิ่มขนาดทรวงอกที่อาจเล็กลงหลังการลดน้ำหนักหรือการคลอดบุตร ลดความหย่อนยานของทรวงอก หรือเพื่อให้ทรวงอกทั้งสองข้างมีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกันมากขึ้น

การเสริมทรวงอกยังอาจมีความจำเป็นในผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดเต้านม เนื่องจากปัญหาเนื้องอก หรือภายหลังอุบัติเหตุอีกด้วย

การเสริมทรวงอกช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และความพึงพอใจในตนเองให้กับผู้ป่วยที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี

การผ่าตัดเสริมทรวงอกสามารถ

เพิ่มขนาดทรวงอก
ลดการหย่อนคล้อยของทรวงอก (ในกรณีที่หย่อนคล้อยไม่รุนแรง)
เพิ่มความสมดุลของรูปร่าง
เสริมสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในตนเองให้กับคุณ

การผ่าตัดเสริมทรวงอกไม่สามารถ

ไม่สามารถแก้ไขหน้าอกที่หย่อนคล้อยอย่างมากได้ หากทรวงอกของคุณหย่อนคล้อยอย่างมาก อาจต้องทำการผ่าตัดยกทรวงอก
การผ่าตัดยกทรวงอกนั้น โดยส่วนใหญ่สามารถทำพร้อมไปกับการผ่าตัดเสริมทรวงอกได้เลย

ค่าบริการในการผ่าตัด(แพคเกจ) : บาท ราคานี้รวมถึง

ค่าห้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ค่าห้องพักฟื้น
ค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการผ่าตัด รวมถึงถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมทรวงอก
ค่าห้องพัก และการดูแลหลังการผ่าตัด 1 คืน
ค่ายาที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอก
ค่าตรวจวินิจฉัยพื้นฐานก่อนผ่าตัด เช่น ค่าตรวจเลือด (Complete blood count) ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้า หัวใจ ค่าเอ๊กซเรย์ทรวงอก
ค่าศัลยแพทย์ตกแต่งและค่าวิสัญญีแพทย์
การรับประกันความพึงพอใจ:

ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาหลังการผ่าตัด
ไม่คิดค่าแพทย์ในกรณีที่ต้องมีการผ่าตัดแก้ไข

ถามตอบเรื่องการผ่าตัดเสริมทรวงอก

คำถาม: ใครที่เหมาะจะทำการผ่าตัดเสริมทรวงอก

ตอบ: ผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่ที่ขนาดทรวงอกเล็กเกินไป หรือ รูปร่างของทรวงอกเปลี่ยนแปลงไปโดยสาเหตุจากการตั้งครรภ์ การให้นมบุตร การลดน้ำหนัก หรือ การหย่อนคล้อยตามวัย

คำถาม: วัสดุที่ใช้เสริมเป็นแบบใด

ตอบ: วัสดุที่ใช้เสริมมี 2 ชนิดคือถุงที่บรรจุซิลิโคนเจล หรือ บรรจุน้ำเกลือ ส่วนผิวสัมผัสของถุงซิลิโคนนั้นมีให้เลือกทั้งแบบเรียบ และ ขรุขระ ผิวสัมผัสแบบขรุขระมีข้อดีกว่าแบบเรียบตรงที่โอกาสเกิดพังผืดรอบถุงซิลิโคนน้อยกว่าแบบผิวเรียบ

คำถาม: ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการผ่าตัดเสริมทรวงอกมีอะไรบ้าง และ สามารถป้องกันได้อย่างไร

ตอบ: ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด หรือรอยช้ำจากการผ่าตัดเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แต่จะค่อยๆหายไป ผลแทรกซ้อนอื่นที่อาจพบได้คือ

- การเกิดพังผืดรอบถุงซิลิโคน(capsular contracture) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้หน้าอกแข็ง การป้องกันที่อาจช่วยได้คือ เลือกใช้ถุงซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (โอกาสเกิดเกิดพังผืดรอบถุงซิลิโคนน้อยกว่า) เลือกตำแหน่งวางถุงซิลิโคนไว้ใต้ชั้นกล้ามเนื้อ (โอกาสเกิดเกิดพังผืดรอบถุงซิลิโคนน้อยกว่า แต่หลังผ่าตัด อาจมีอาการเจ็บมากกว่า) และ การคลึงหน้าอกเบาๆตามคำแนะนำของแพทย์ การแก้ไขทำได้โดยการผ่าตัดเอาพังผืดออกหรือการใส่ถุงซิลิโคนใหม่

- การเกิดการฉีกขาดของถุงซิลิโคน หากเป็นถุงซิลิโคนชนิดบรรจุน้ำเกลือถุงจะแฟบภายใน 2-3 ชั่วโมง น้ำเกลือที่รั่วออกมาจะสามารถถูกดูดซึมโดยกลไกปกติของร่างกาย แต่หากเป็นถุงซิลิโคนชนิดเจล ซิลิโคนจะรั่วออกจากถุง ในกรณีนี้ศัลยแพทย์จะนำถุงซิลิโคนเก่า และ เจลซิลิโคนที่แทรกไปตามเนื้อเยื่อออก ปัจจุบันมีเจลซิลิโคนชนิดใหม่ที่ไม่กระจายตัว คงรูปทรงได้แม้ไม่ได้บรรจุอยู่ในถุงซึ่งปัจจุบันที่นิยมมากขึ้นเนื่องจากถ้ารั่วออกมาแล้วจะง่ายต่อการกำจัดออกจากทรวงอก ไม่เกิดเป็นสิ่งแปลกปลอมตกค้าง

ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งของท่านถึงขั้นตอนและวิธีการต่างๆก่อนเข้ารับการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนต่างๆสามารถลดลงได้จากความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

คำถาม: การผ่าตัดเสริมทรวงอกมีผลต่อการให้นมบุตร หรือโรคต่างๆของทรวงอกหรือไม่

ตอบ: การผ่าตัดเสริมทรวงอกไม่กระทบกระเทือนต่อส่วนที่สร้างน้ำนมบุตรแต่อย่างใดจึงสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ ส่วนโรคอื่นเช่น โรคภูมิต้านทานต่อต้านเนื้อเยื่อตนเอง เนื้องอก หรือ มะเร็ง พบว่าการผ่าตัดเสริมทรวงอกด้วยถุงซิลิโคนนั้น ใช้วัสดุที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ได้รับการพิสูจน์หลังจากใช้มาแล้วหลายสิบปี ว่ามีความปลอดภัยไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว โดยมีรายงานวิจัยจากทั่วโลกยืนยันถึงความปลอดภัยดังกล่าว
อย่างไรก็ดีการตรวจติดตามสม่ำเสมอตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ซึ่งอาจต้องมีการเปลี่ยนถุงซิลิโคน ในกรณีที่ทำศัลยกรรมทรวงอกตั้งแต่อายุน้อย หรือ ศัลยแพทย์ตกแต่งของท่านเห็นว่าจำเป็น

คำถาม: ต้องพักฟื้นนานเท่าใดจึงจะกลับไปทำงานได้

ตอบ: แพทย์จะใช้ผ้ายืดพันหน้าอกคนไข้เอาไว้ 2-4 วัน หลังจากนั้นสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ คนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด ความเจ็บตึงและอาการบวมต่างๆจะค่อยๆหายไปในระยะเวลาประมาณ 5-10 วัน และสามารถออกกำลังกายได้ใน 4 สัปดาห์ ส่วนรอยแผลเป็นจะค่อยๆจางไปในระยะเวลาประมาณหนึ่งปี